แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตราด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตราด แสดงบทความทั้งหมด

14 มีนาคม 2559

เรือหลวงช้าง จุดดำน้ำสุดเจ๋งทะเลตราด






ความเป็นมา

เรือหลวงช้าง เป็นเรือลำเลียงยุทธโธปกรณ์และกำลังพลของกองทัพเรือไทย  หมายเลขประจำเรือคือ 712 หรือ HTMS 712

แต่เดิม เป็นเรือของกองทัพสหรัฐ ชื่อเรือ “ลินคอล์นเคาน์ตี้” รหัส “LTS 898”  ได้นำมาใช้ในราชการสงครามญี่ปุ่น และสงครามเกาหลี  เป็นเรือลำเลียงขนาดใหญ่  กว้างประมาณ 20 เมตร  ยาวประมาณ 100 – 110 เมตร  สูงประมาณ 26 เมตร

กองทัพเรือไทยโดยรัฐบาลไทย ได้รับมอบจากเรือหลวงช้างจากรัฐบาลสหรัฐ เมื่อวันที่  31  สิงหาคม  2505  ได้ทำพิธีมอบกันที่เมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย  โดยฝ่ายไทยมีนายวิสูตร  อรรถยุติ  เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน  เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยรับมอบ

กองทัพเรือได้เปลี่ยนชื่อเรือเป็น “ช้าง”  หมายถึงเกาะช้าง จังหวัดตราด  ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การตั้งชื่อเรือของกองทัพเรือไทยที่ใช้ชื่อเกาะ สำคัญๆของไทยเป็นชื่อเรือในราชการกองทัพเรือ

เรือหลวงช้าง ได้ปฏิบัติภารกิจให้กองทัพเรือทั้งในประเทศ ในสงครามเวียดนาม และมีบทบาทสำคัญในการลำเลียงสัมภาระต่างๆในกิจการพลเรือน
 
แต่เนื่องจากเป็นเรือขนาดใหญ่ และมีอายุการใช้งานมานานตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ความชำรุดทรุดโทรมเกินการซ่อมบำรุง  กองทัพเรือจึงปลดประจำการเมื่อปี 2548 และจอดเทียบท่าอยู่ที่อู่ทหารเรือจังหวัดสมุทรปราการ

"เรือหลวงช้าง" เป็นซากเรือจมใหญ่ที่สุดที่นอนอยู่ใต้ก้นท้องทะเลไทย มันมีขนาดใหญ่ที่น่าประทับใจคือ :ความยาว 100 เมตร ความสูง 15 เมตร เรืออเมริกันลำนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกส่งมอบให้มาทำหน้าที่ในหน่วยทหารเรือไทยเมื่อ พ.ศ. 2504 

จังหวัดตราดและองค์กรบริหารจัดการการท่องที่ยวได้รับมอบเรือหลวงช้างจากกองทัพเรือ  และได้รับการปล่อยจมสู่ใต้ท้องทะเลเพื่อใช้เป็นปะการังเทียมในท้องทะเลตราด เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2555

จากการปล่อยเรือจม “เรือหลวงช้าง” (U.S. warship HTMS Chang) ทำให้เกาะช้างกลายเป็นหนึ่งในอันดันต้นๆของสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการดำน้ำ ของประเทศไทยในทันที นักดำน้ำต่างพร้อมเข้ามาชมเพื่อได้เห็นการเติบโตที่รวดเร็วของสิ่งมีชีวิต ใต้ท้องทะเล

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.oknation.net/blog/trathi/2013/07/24/entry-1
http://www.scubadivingkohchang.com/divesite.html

ติดตามการท่องเที่ยวสไตล์ Low Carbon ได้ที่ www.facebook.com/lcd.chang.mak.kood

29 ตุลาคม 2558

นับถอยหลังสู่ความลั้นลา สไตล์ Low Carbon ในงาน Low Carbon Holiday 2015 ที่เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก เกาะหวาย

กลับเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวอีกครั้ง

คนรักการท่องเที่ยวทะเลไทย ไม่ควรพลาด

ท้องทะเลใสๆ ที่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก ก็ต้องนึกถึงหมู่เกาะของจังหวัดตราดบ้างล่ะ

ที่ฮอตสุดๆ ก็คงไม่มีใคร ไม่นึกถึง เกาะช้าง แล้วก็เกาะกูด

นอกจากนี้ หมู่เกาะช้าง ยังมีเกาะเล็กๆ อยู่อีกเกือบ 50 เกาะ (ไม่น่าเชื่อล่ะสิ)

แต่ละเกาะก็มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป

และในฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ อพท. โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง

ได้สร้างสรรค์การท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน

(แฟนๆ เกาะหมาก ต้นแบบการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอนน่าจะคุ้นคำนี้ดี แล้วจะมาอธิบายให้อ่านนะคะ)

เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวทำกิจกรรมที่ลดการปลดปล่อยคาร์บอน

ที่เราจะไม่ได้มาแค่เที่ยวสนุก พร้อมกับการปลดปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศ

เหมือนการท่องเที่ยวทั่วๆไป

คนรักสิ่งแวดล้อมอย่างเราๆ ชักอยากจะรู้แล้วสิ ว่า อพท. มีกิจกรรมอะไรใหม่ๆ มาให้ทำ นั่นก็คือ



กิจกรรม Low Carbon Holiday 2015 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2558

โดยจะมีกิจกรรมรักษ์ธรรมชาติ เช่น การปล่อยเต่า ปล่อยปลา ยิงเมล็ดพันธุ์

นอกจากนี้ พิเศษสุดๆ กับ Sunset Party Reality โดย 6 เชฟกระทะเทพแห่งเกาะช้าง

จะมาโชว์ปรุงอาหารจากสุดยอดวัตถุดิบของเกาะ และซีฟู้ดสดๆ จากชาวประมง

เห็นมั้ย? งานนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ  ...

10 เมษายน 2558

บ้านน้ำเชี่ยว ตอนที่ 3 ของดี ของเด่น บ้านน้ำเชี่ยว เที่ยวได้ทั้งปี ไม่มีเบื่อ

กลับมาเป็นตอนสุดท้ายสำหรับ บ้านน้ำเชี่ยว เที่ยวครั้งเดียวไม่อิ่ม

ติดตามตอนเก่าได้ตามลิ้งค์ด้านล่าง

บ้านน้ำเชี่ยว ตอนที่ 1 ป่าชายเลนแห่งน้ำเชี่ยว

บ้านน้ำเชี่ยว ตอนที่ 2 ชุมชนน้ำเชี่ยว



สำหรับตอนที่ 3 จะเป็นตอนที่หลายๆ คนรอคอย คือ ของดี ของอร่อย ^ ^

เริ่มด้วยของเด่น

สิ่งแรกที่เป็นของขึ้นชื่อของ บ้านน้ำเชี่ยว ได้แก่ "งอบน้ำเชี่ยว"

งอบน้ำเชี่ยว

งอบน้ำเชี่ยว

งอบน้ำเชี่ยว จะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับงอบของที่อื่นๆ เรียกได้ว่า 
งอบน้ำเชี่ยวมีที่เดียว หาจากที่อื่นไม่ได้แน่นอน

งอบน้ำเชี่ยว สานจากใบจาก ซึ่งมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนและยุ่งยาก
ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก อีกทั้งสมาธิต้องนิ่ง และที่สำคัญ ต้องอึด!

ในอดีต งอบของน้ำเชี่ยวมีอยู่ไม่กี่ทรง แต่ปัจจุบันมีมากมายหลายแบบ
เช่น ทรงกระทะคว่ำ ทรงกระดองเต่า ทรงกะโหลก เป็นต้น

แต่ที่โดดเด่นมากที่สุดเห็นจะเป็น "ทรงสมเด็จ" 
ซึ่งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้ำเชี่ยวได้ออกแบบ และประดิษฐ์ขึ้นทูลเกล้าฯ แด่ สมเด็จย่าฃ
เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดตราด เมื่อปี พ.ศ. 2524

พระองค์ได้พระราชทานนามงอบทรงนี้ว่า "ทรงสมเด็จ"

ต่อกันด้วยของอร่อย


ตังเมกรอบ

ตังเมกรอบ

ขนมตังเมกรอบ เมื่อก่อนเรียก "ขนมน้ำตตาลชัก" (แอดมินเรียก "ขนมไม้")
รูปร่างคล้ายแท่งไม้แห้ง สีน้ำตาลอ่อน รสชาติหวาน มัน กรอบ
สินค้า OTOP ขึ้นชื่อของจ.ตราด ใครได้ชิมก็ล้วนติดใจ



หอยปากเป็ด

หอยปากเป็ด

กิจกรรมเด็ดของที่บ้านน้ำเชี่ยวอีกกิจกรรมหนึ่ง ก็คือ การดำน้ำงมหอยปากเป็ด
กิจกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย โดยการลงเรือประมงของชุมชน
ซึ่ีงเป็นเรือหาปลาขนาดย่อม ที่ค่อยๆ แล่นแหวกน้ำไปในคลองน้ำเชี่ยว 
ที่สองข้างทางเป็นป่าชายเลนที่มีต้นจากขึ้นประปราย เมื่อถึงปากอ่าวก็ทิ้งสมอเรือ

เมื่อเรือจอดนิ่ง เหล่านักผจญภัยก็ได้เวลาดำน้ำ เพื่องมหอยปากเป็ด 
ซึ่งรวมกันอยู่เป็นกลุ่มในโคลน แม้จะมีอยู่มาก แต่ใช้ว่าทุกคนจะงมได้
เพราะนอกจากจะต้องดำน้ำอึดแล้ว ยังต้องรู้จุดด้วยว่าหอยอยู่ตรงไหน
สำหรับมือสมัครเล่นก็สามารถดำไปตามจุดที่ผู้ชำนาญแห่งน้ำเชี่ยวทำสัญลักษณ์ไว้ได้เลย

ลักษณะที่ได้ชื่อว่า หอยปากเป็ด คือเปลือกสีน้ำตาลของหอยมีลักษณะแบนๆ คล้ายปากเป็ด
ส่วนเมนูเด็ด ก็คือ ผัดเผ็ด ซึ่งว่ากันว่า ชาวน้ำเชี่ยวทำได้อร่อยถึงใจนัก


ปิดท้ายด้วยที่พักดีๆ

บ้านน้ำเชี่ยวมีโฮมสเตย์หลายหลังให้เลือกพัก

โฮมสเตย์

แม้จะเป็นชุมชนเล็กๆ เนื่องจากบ้านน้ำเชี่ยวมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งวิถีชุมชนและผจญภัย
และไม่น่าเชื่อว่าจะมีกิจกรรมให้ทำได้ตลอดทั้งปี เรียกว่า ไม่มีเหงากันเลย เช่น

ม.ค. - ก.พ. มีการละเล่นว่าวอูฐให้แก่นักท่องเที่ยว และจัดสรรพื้นที่ให้เล่นว่าวด้วย
เม.ย. - ส.ค. มีกิจกรรมจับปลาไหลโดยใช้วิถีดั้งเดิม คือใช้มือเปล่าจับ
และมีการดำปลาดุกที่ดักด้วยกระบอกไม้ไผ่ กิจกรรมนี้เปิดให้ชมเท่านั้น
เพราะต้องใช้ความชำนาญพิเศษ
พ.ค. - มิ.ย. เป็นช่วงผลไม้หลายชนิดออกผล จึงเปิดให้อิ่มหนำสำราญจากสวนผลไม้
มิ.ย. - ธ.ค. เป็นช่วงเวลาพิเศษที่จะมีหิ่งห้อยจำนวนมากเปล่าแสงทั้วป่าชายเลน
ต.ค. - พ.ย. กิจกรรมช้อนปูใบไม้หรือปูแป้น นำมาดองน้ำปลาอร่อย ใส่ส้มตำก็แซ่บ
ธ.ค. ประเพณีแข่งเรือ ที่ใช้ไม้พายทำจากไม่ไผ่แห่งเดียวในประเทศไทย
โดยจะจัดแข่งกันระหว่างทีมเจ้าบ้านและทีมนักท่องเที่ยว

ส่วนกิจกรรมที่สามารถทำได้ตลอดทั้งปี ได้แก่ การงมหอยปากเป็ด ชมป่าชายเลน
ดูนกและเหยี่ยว นั่งเรือดูกาที่ปากอ่าว ดักลอบกุ้ง ปู ปลา และกรีดยาง 

ซึ่งหลาย ๆ กิจกรรมที่กล่าวมา เป็นกิจกรรมที่ทำในเวลากลางคืน เช่น ชมหิ่งห้อย 
จึงควรมาค้างคืนที่บ้านน้ำเชี่ยว ซึ่งที่บ้านน้ำเชี่ยวจะมีโฮมสเตย์หลายหลังให้บริการนักท่องเที่ยว

สอบถามข้อมูล ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลน้ำเชี่ยว
คุณสุรัตนา ภูมิมาโนช (หน่อย) โทร. 086-777-5033 หรือ 084-892-5374

ศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวจากชุมชนเล็กๆ อย่าง บ้านน้ำเชี่ยวแล้ว
ความสนุก ความน่ารัก หรือมุมโรแมนติกที่นี่ก็ไม่แพ้ใคร
ว่าแล้วก็อย่าลืมมาเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยวกันเยอะๆ นะคะ ชาวบ้านน้ำเชี่ยวรอต้อนรับทุกคนอยู่ค่ะ

ข้อมูลจาก คู่มือการท่องเที่ยวเล่มเล็กๆ ในหัวข้อ "เที่ยวชุมชน ค้นของดี! ไปกับ อพท."

บ้านน้ำเชี่ยว เที่ยวครั้งเดียวไม่อิ่ม

ขอขอบคุณ
travel.kapook.com
twtrland.com
www.manager.co.th

7 เมษายน 2558

บ้านน้ำเชี่ยว ตอนที่ 2 ชุมชนน้ำเชี่ยว

จากคราวที่แล้วได้เกริ่นถึงป่าชายเลนแห่งน้ำเชี่ยวมาแล้ว

บ้านน้ำเชี่ยว ตอนที่ 1 ป่าชายเลนแห่งน้ำเชี่ยว

มีใครสงสัยกันบ้างว่าพื้นที่ป่าชายเลนน้ำสลบนิ่งๆ แห่งนี้ทำไมถึงได้ชื่อว่า "น้ำเชี่ยว"

เมื่อฤดูน้ำหลาก คลองขนาดใหญ่ที่ไหลผ่านหมู่บ้านเชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทยก็เชี่ยวกราก
ด้วยน้ำคลองที่ไหลเชี่ยวนี่เอง ชุมชนนี้จึงได้ชื่อว่า บ้านน้ำเชี่ยว 

เรือประมงที่จอดเรียงรายในลำคลอง บ้านน้ำเชี่ยว

คลองน้ำเชี่ยวนั่นแหละที่นำพาชาวบ้านออกไปทำมาหากินยังท้องทะเล
อาชีพประมงจึงอยู่คู่กับชาวน้ำเชี่ยวมานานแสนนานตราบกระทั่งปัจจุบัน
เมื่อไปเยือนบ้านน้ำเชี่ยว จึงปรากฏเรือประมงน้อยใหญ่จอดแน่นขนัดในลำคลอง

ชาวน้ำเชี่ยวมีทั้งคนนับถือศาสนาพุทธ และอิสลาม ปะปนกันอยู่ ไม่มีการแบ่งรั้วเขต
ยิ่งเมื่อมีงานส่วนรวม ทั้งชาวพุทธและมุสลิมต่างก็ร่วมมือกันเป็นอย่างดี 
โดยไม่เคยมีความขัดแย้งระหว่างศาสนา เมื่อถึงเวลาทำศาสนกิจ ก็แยกย้ายกันไปตามศรัทธา


วัดน้ำเชี่ยว
มัสยิดอัลกุบรอ

สถานที่สำคัญทางศาสนาแห่งบ้านน้ำเชี่ยว

วัดน้ำเชี่ยว แต่เดิมชื่อวัดอินทาราม ในอดีตสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯ มาประทับแรม 1 คืน
และได้รับการจารึกลงในราชกิจจานุเบกษาด้วย ภายในวัดมีอุโบสถทรงสวยงาม
มีพระบรมสารีริกธาตุ และพระประจำวันเกิดปางต่างๆ 
วัดน้ำเชี่ยวได้รับคัดเลือกจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประจำปี 2548

มัสยิดอัลกุบรอ สร้างโดยชาวมุสลิมที่อพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุมากกว่า 200 ปี
ในอดีต มัสยิดแห่งนี้มีเพียงไม้โกงกางปักเป็นเขต 4 ต้น หลังคามุงด้วยใบปรงสานเป็นตับ
จากนั้นจึงค่อยปรับปรุงเรื่อยมาจนกลายเป็นมัสยิดงามสง่าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน


ประเพณีแข่งขันเรือพาย บ้านน้ำเชี่ยว

ประเพณีแข่งขันเรือพายบ้านน้ำเชี่ยว

การแข่งขันเรือพายจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความสามัคคีของชาวพุทธและชาวมุสลิม
ทั้งในชุมชนน้ำเชี่ยว และชุมชนใกล้เคียง ประเพณีนี้เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมานาน
ในอดีต ใช้ถังข้าวหมกไก่แทนเรือยาว ส่วนเอกลักษณ์ในปัจจุบันนี้คือ 
การพายเรือด้วยลำไม้ไผ่แทนพาย ทีมที่พายไปหยิบธงที่ปักอยู่ที่เส้นชัยได้ก่อนถือเป็นฝ่ายชนะ

การแข่งขันเรือพาย จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนพฆศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
ซึ่งจะเป็นช่วงที่น้ำขึ้นเต็มฝั่ง ณ คลองน้ำเชี่ยว


ครั้งหน้าจะมาว่ากันถึงของดี ของเด็ด แห่งบ้านน้ำเชี่ยว จะเป็นอะไร พิเศษแค่ไหน รอติดตามนะคะ

ข้อมูลจาก คู่มือการท่องเที่ยวเล่มเล็กๆ ในหัวข้อ "เที่ยวชุมชน ค้นของดี! ไปกับ อพท."

บ้านน้ำเชี่ยว เที่ยวครั้งเดียวไม่อิ่ม


ขอขอบคุณ
www.chilldtravel.com
15number.weebly.com
www.manager.co.th
www.thaihalaltrips.com
www.painaidii.com

22 มีนาคม 2558

บ้านน้ำเชี่ยว ตอนที่ 1 ป่าชายเลนแห่งน้ำเชี่ยว



ข้อมูลจาก คู่มือการท่องเที่ยวเล่มเล็กๆ ในหัวข้อ "เที่ยวชุมชน ค้นของดี! ไปกับ อพท."

บ้านน้ำเชี่ยว เที่ยวครั้งเดียวไม่อิ่ม

ป่าชายเลนเขียวชอุ่มยาวสุดสายตาบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ
ซึ่งเกิดจากชุมชนที่ผนึกกำลังกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อรักษาป่าชายเลนผืนนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด
จากป่าโกงกางโหรงเหรง เพราะถูกตัดไปเผาถ่านอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ชาวน้ำเชี่ยวจึงได้ช่วยร่วมมือกันปลูกต้นโกงกางเพื่อทดแทน โดยการปลูกป่ากันทุกเทศกาล

ป่าชายเลยแห่งน้ำเชี่ยว

ป่าชายเลนบ้านน้ำเชี่ยว จัดว่าเป็นแหล่งทรัพยากรชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง
ด้วยความร่วมมือร่วมแรงของคนในชุมชนที่ช่วยกันดูแลรักษาและปลูกป่าทดแทน
จะกระทั่งกลายเป็นผืนป่าชายเลนอันกว้างใหญ่ เหมาะสำหรับการศึกษาธรรมชาติ
มีนกหลากหลายพันธุ์ และสัตว์ชายเลนต่างๆ เช่น ปู ปลาตีน ลิง

ซึ่ง ณ ป่ายเลนบ้านน้ำเชี่ยวนี้ ได้สร้างหอดูนก ความสูงเท่าตึก 3 ชั้น
สำหรับการดูนก และชื่นชมความงามตามธรรมชาติในมุมมองที่กว้างขึ้น

ในยามค่ำคืน ที่ป่าชายเลนบ้านน้ำเชี่ยว ก็มีฝูง หิ่งห้อย นับหมื่นบินออกมา
ทำให้ทั่วทั้งป่าชายเลนแห่งนี้พร่างพราวไปด้วยแสงวับวาวของหิ่งห้อย ไม่แพ้ที่ใดๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการมาปลูกป่าชายเลน และพักชมหิ่งห้อยในเวลาค่ำคืน
ที่บ้านน้ำเชี่ยวนี้ก็มีโฮมสเตย์ ที่ผู้มาพักจะได้คลุกวงในวิถีชุมชนของชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด


ตอนต่อไปจะชมเสน่ห์ของบ้านน้ำเชี่ยวในมุมอื่นๆ โปรดติดตาม

18 มีนาคม 2558

เที่ยวเกาะทั่วตราด พลาดไม่ได้ถ้าอยากฟิน

เที่ยวเกาะทั่วตราด พลาดไม่ได้ถ้าอยากฟิน

สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ขึ้นชื่อว่าตราดแล้ว หลายคนอาจจะคิดถึงเกาะช้างเป็นอย่างแรก
แต่นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลแล้ว ตราดยังมีแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติมากมาย
แหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน ป่าชายเลน สวนผลไม้อันอุดมสมบูรณ์ 
วัดวาอาราม รวมไปถึงชุมชนหลากหลายศาสนาที่มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจอยู่ด้วย

กลับเข้ามาถึงแหล่งท่องเที่ยวสุดฟิน ก็คงจะหนีไม่พ้นบรรดาเกาะต่างๆ
จังหวัดตราดมีเกาะที่สวยงามจำนวนมาก จนได้ชื่อว่า "เมืองเกาะครึ่งร้อย"
อยากรู้แล้วใช่มั้ยล่า ว่ามีที่ไหนเด็ด ที่ไหนโดน จะเด่นดีดังเท่าเกาะช้างหรือเปล่า

วันนี้ขอแนะนำ 5 เกาะโดนๆ ของจ.ตราด ที่ห้ามพลาดในซัมเมอร์นี้นะเธอ..

เดอะ ชิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะช้าง

เกาะช้าง

เกาะช้าง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดตราด เป็นเกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากภูเก็ต มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาตินอกจาทะเลแล้ว ยังมีน้ำตก และแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนที่ชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม

หาดไก่แบ้ เกาะช้าง
น้ำตกคลองพลู เกาะช้าง

เกาะช้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวมากมาย อย่างไม่ขาดสาย เพราะมีระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพจนเกินไปและมีสภาพอากาศที่สามารถเดินทางไปเที่ยวเกือบตลอดทั้งปี


เกาะกูด ท้องฟ้าสวยๆ กับทะเลใสๆ

เกาะกูด

เกาะกูด เป็นเกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกไทย เกาะกูดเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย ปัจจุบันรวมกับเกาะเล็ก ๆ ข้างเคียงมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตราด 

เกาะกูด
ลักษณะโดยทั่วไปของเกาะยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ โดยมีภูเขาและที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิด ลำธาร สายน้ำ ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ แนวปะการังนานาชนิดและปลาทะเลสีสันสวยงาม ในบริเวณทะเลด้านในของตัวเกาะ รวมทั้งเกาะแรดและเกาะไม้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะกูด


สะพานไม้ที่ยื่นลงไปในทะเลใสๆ

เกาะหมาก

 เกาะหมาก ป็นเกาะขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างเกาะช้าง กับ เกาะกูด รูปร่างคล้ายดาวสี่แฉก 
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสวนมะพร้าว และธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ โดยเกาะหมากจะเป็น Low Carbon Destination
คือจะเน้นการท่องเที่ยวที่ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ รักษาสมดุลทางธรรมชาติ
กิจกรรมการท่องเที่ยวของเกาะหมากจึงไม่มีสกู้ดเตอร์ บานาน่าโบ้ท แต่จะเน้นปั่นจักรยาน พายเรือคายัค ดำน้ำมากกว่า

วิวสวยๆ ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ
โดยรอบมีอ่าว ชายหาดที่สวยงาม และน้ำใสสะอาดหลายแห่ง เช่น บริเวณอ่าวตานิด อ่าวไผ่ อ่าวส่วนใหญ่ 
บริเวณชายฝั่งรอบเกาะและเกาะใกล้เคียงพบแนวปะการังที่สมบูรณ์ และสวยงาม บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย 
ช่วงฤดูท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม - พฤษภาคม


ชายหาดเกาะขาม

เกาะขาม

เกาะขาม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะหมาก ได้รับฉายาว่าเป็น มรกตแห่งท้องทะเลตราด เนื่องมาจากน้ำทะเลอันใสสะอาดราวมรกตบริเวณชายหาดด้านทิศตะวันตกของเกาะ หาดทรายขาวสะอาดสวยงาม โดยมีหินภูเขาไฟสีดำทมึนตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามชายหาด

หินภูเขาไฟตามชายหาด
นอกจากนี้แล้ว ที่เกาะขามยังมีจุดชมวิวบนเขาที่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม รอบๆเกาะขามยังอุดมไปด้วยปะการังนานาชนิด ปลาสวยงาม หอยมือเสือ ที่ผู้นิยมการดำน้ำเพื่อชมธรรมชาติใต้น้ำไม่ควรพลาดเลย


จุดที่นักท่องเที่ยวไปดำน้ำที่เกาะรัง

เกาะรัง

หมู่เกาะรัง แหล่งดำน้ำตื้นที่สวยงามที่สุดของหมู่เกาะทะเลตราด เกาะรังเป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง บริเวณรอบๆ หมู่เกาะรัง จะมีเกาะขนาดน้อยใหญ่อยู่หลายเกาะ

ธรรมชาติใต้ทะเล เกาะรัง ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย
 บนเกาะนังไม่มีที่ราบพอที่คนจะอาศัยอยู่ได้ มีที่ราบเฉพาะที่หน้าหาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แม้ที่นี่ไม่มีบ้านพักให้แรมคืน แต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวกางเต็นท์บนผืนหาดที่สวยงามของเกาะแห่งนี้ได้ 

เครดิตภาพและข้อมูล
www.siamfreestyle.com / www.chillpainai.com / www.kohchangclub.com
www.skyscrapercity.com / travel.kapook.com / www.freedom.in.th
adventure.tourismthailand.org / www.ilovekohmak.com / www.trattown.com
www.holidaythai.com / www.taklong.com / www.thetrippacker.com
www.pixpros.net / www.kohmakisland.com

26 ธันวาคม 2557

อพท. มอบป้ายเชิดชูเกียรติสถานประกอบการที่พักบนเกาะหมาก จ.ตราด ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 
 
นาย ณรงค์ ธีรจันทรางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานในพิธีมอบป้ายเชิดชูเกียรติสถานประกอบการ ที่พักบนเกาะหมากที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจำนวน 9 แห่ง ที่ผ่านเกณฑ์การตรวจ ที่ทางสำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.1) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กำหนดไว้ โดยมีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เป็นผู้ตรวจประเมินที่ห้องประชุมพลอยแดง ศาลากลางจังหวัดตราด

พลตรีหญิงจรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (อพท.1) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กล่าวว่า อพท. กล่าวว่า ตามที่ อพท.ได้ ร่วมกับ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ดำเนินโครงการ Low Carbon Destination มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ที่มุ่งเน้นศึกษาปริมาณการลดปริมาณการปลดปล่อยคาร์บอน (carbon foot print label) ของแหล่งท่องเที่ยว เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก โดยเก็บข้อมูลตัวอย่างจากสถานบริการร้านค้า โรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ ร้านอาหาร การขนส่ง พบว่าเกาะหมาก มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ของนักท่องเที่ยวสูงกว่าเกาะอื่นๆ คือ ค่าเฉลี่ยนักท่องเที่ยว 21.12 กิโลกรัม/คน/วัน (เกาะช้างเฉลี่ย 19.74 กิโลกรัม/คน/วัน) ขณะที่ประเทศไทยเฉลี่ยนักท่องเที่ยว 11 กิโลกรัม/คน/วัน

จึงได้มีการเชิญชวนสถานประกอบการบนเกาะหมาก ให้ความรู้และพัฒนาโดยเฉพาะด้านที่พัก ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม มีส่วนให้บุคลากรของสถานประกอบการเกิดความภาคภูมิใจ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ปัญหา เป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดีต่อสถานประกอบการเอง ต่อนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดค่าบริหารจัดการต่าง ๆ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และการใช้ทรัพยากรอื่น ๆ

สำหรับการประเมินในเรื่องนี้ได้มีมาตรฐานใน การประเมิน 9 ด้าน ประกอบด้วย ด้านนโยบายและการจัดการ ด้านการจัดการพลังงาน ด้านการขนส่ง ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยวและการมีส่วนร่วม อาคารพื้นที่โดยรอบ ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดการของเสีย การจัดการน้ำ และการวัดค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในสถานประกอบการ ปรากฎว่ามีสถานประกอบการที่พักบนเกาะหมาก ผ่านเกณฑ์ประเมิน 9 แห่ง ประกอบด้วย เกาะหมากรีสอร์ท มากะธานีรีสอร์ท พลับพลา รีสอร์ท เลซี่เดย์ รีสอร์ท เดอะซินาม่อน อาร์ต รีสอร์ทแอนด์สปา โคโคเคป รีสอร์ท อ่าวขาว รีสอร์ท กูดไทม์ รีสอร์ท และซีวานา รีสอร์ท จึงได้จัดให้มีการมอบป้ายเชิดชูเกียรติสถานประกอบการในครั้งนี้ขึ้น


 
ข้อมูลข่าวและที่มา
จำนวนผู้เข้าชม : 112
ผู้สื่อข่าว : ปิยวิทย์ ทรัพย์ขจร
Rewriter : มณีรัตน์ ชาญชัยศิลป์
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th


"โลว์คาร์บอน" กับเกาะหมากซีฟู๊ด


เกาะหมากซีฟู๊ด ร้านอาหารทะเลอันดับหนึ่งบนเกาะหมาก

อาหารทะเลของที่เกาะหมากซีฟู๊ดส่วนใหญ่จะรับซื้อจากเรือประมงพื้นที่
เพื่อลดการขนส่งจากทางฝั่ง ที่จะทำให้เกิดมลภาวะ แถมยังได้สนับสนุนรายได้คนในท้องที่ด้วย



นอกจากนี้ เกาะหมากซีฟู๊ด ยังไม่ใช่แค่เพียงร้านอาหารทะเลธรรมดา
ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์เกาะหมาก เนื่องจากเกาะหมากเองนั้นก็มีประวัติเรื่องราวอันยาวนาน
ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรี

 

ร้านนี้ไม่ได้มีเพียงอาหารทะเลที่สด อร่อยเท่านั้น
หากแต่คุณธานินทร์ สุทธิธนกูล หรือคุณเอก เจ้าของร้านยังริเริ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์
หลังจากที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)
เข้ามาแนะนำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และยังคงความเป็นเกาะหมากเอาไว้
ซึ่งจะไม่ได้เน้นความเป็นแหล่งท่องเที่ยว บันเทิง ทำลายสิ่งแวดล้อม


การตกแต่งร้านก็ยังนำวัสดุเหลือใช้มาตกแต่งอีกด้วย


เรียกได้ว่า คุณเอก เป็นผู้นำคำว่า โลว์คาร์บอน (Low Carbon) บนเกาะหมากจริงๆ




ภาพประกอบบางส่วนจาก wongnai.com และ FB: Koh Mak Tourism Club

17 ธันวาคม 2557

"เกาะหมาก" ปลายทางการท่องเที่ยวแบบใหม่ ชิลล์แบบรักษ์โลก



"เกาะหมาก" ซึ่งก่อนหน้านี้เราแทบจะไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำว่ามันอยู่ส่วนไหนของโลก 5555
แต่ตอนนี้รู้ละว่า เกาะหมาก เนี่ยเป็นเกาะรูปดาวเล็กๆ อยู่ระหว่างเกาะฮอตเกาะฮิต อย่างเกาะช้าง กับเกาะกูด


เครดิตภาพจาก www.atsiam.com

แอบถามก่อนหน่อยนึง ว่าคนที่เคยไปเที่ยว 2 เกาะนี้ ใครได้เคยแวะเที่ยวเกาะธรรมดาๆ จืดๆ อย่างเกาะหมากกันบ้างคะ
ที่ว่าธรรมดาๆ จืดๆ นี่คือร่ะ? ก็เกาะหมากเนี่ย..

- เค้าไม่มีร้านสะดวกซื้อ มีแต่ร้านที่เป็นของชาวบ้านในชุมชนทั้งนั้น
- ไม่มีบานาน่าโบ้ท, เจทสกี, สกู้ตเตอร์ แต่เค้ามีดำน้ำดูปะการัง แล่นเรือใบ ขี่จักรยาน
- ไม่มีผับ สถานบันเทิงเหมือนเกาะอื่นๆ

เกาะหมากไม่มีอะไรอีกเยอะ ดุได้จากคลิปนี้



เหตุผลที่เกาะหมากไม่มีอะไรเหล่านี้ ก็เพราะ 


         คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (กพท.) ได้ประกาศเขตพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (พพ.1) โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 24 กันยายน 2547 และ อพท. ได้จัดการประชุมแนะนำพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในวาระการประกาศเขตพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง เมื่อ 28 กันยายน 2547 ณ ศาลาประชาคม จังหวัดตราด โดยเชิญทุกภาคีการพัฒนาพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง จำนวน 350 คน ร่วมประชุม เพื่อเสริมสร้างพันธมิตรในการประสานความร่วมมือการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างฯ

         ในการนี้ อพท. ได้จัดแบ่งกลุ่มภาคีการพัฒนาพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างฯ เป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริษัทนำเที่ยว โรงแรมรีสอร์ท ภัตตาคารร้านอาหาร คมนาคมขนส่ง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานส่วนกลางส่วนภูมิภาค และประชาคมชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนกำหนดกระบวนการการมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่ม และการประสานงานระหว่างกลุ่ม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่พิเศษอย่างต่อเนื่องต่อไป

         พื้นที่หมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ได้รับการประกาศเขตเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 121 ตอนพิเศษ 105 ง ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2547 โดยอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. โดยแบ่งเป็นพื้นที่ 4 ส่วน ได้แก่ พื้นที่หมู่เกาะช้าง หมู่เกาะหมาก หมู่เกาะกูด และพื้นที่เชื่อมโยงชายฝั่งทะเล มีพื้นที่รวม 4,280 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,675,000 ไร่



การไปเที่ยว เกาะหมาก จึงไม่เหมือนการไปเที่ยวพัทยา ภูเก็ต เกาะพงัน ที่นักท่องเที่ยวมุ่งหน้าไปบันเทิงอย่างเดียว
แต่เกาะหมาก จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุณจะได้พักผ่อนเต็มที่ ได้ดูดดื่มกับบรรยากาศของธรรมชาติอย่างเต็มที่
และยิ่งถ้าใครที่สนใจเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติด้วย นี่แหละ ที่ๆ เหมาะกับคุณเลย!!

จากที่เล่าไปข้างบนว่า เกาะหมาก ไม่มีกิจกรรมต่างๆ อย่างบานาน่าโบ้ท, เจทสกี, สกู้ตเตอร์
ก็เพราะว่า เกาะหมาก ไม่ต้องการสร้างมลพิษให้กับโลก ด้วยการตั้งเป้าหมายให้ เกาะหมาก เป็น Low Carbon Destination
แต่ละกิจกรรมข้างต้นนั้น มีแต่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา คิดดูดิ การจะไปเที่ยวทั้งที แต่เราไปทำลายโลกนะเออ

คนที่รู้เรื่อง และสนใจพวก ปรากฏการณ์เรือนกระจก หรือภาวะโลกร้อนเนี่ย ก็จะเข้าใจนะว่า คาร์บอนไดออกไซด์ มันทำลายโลกยังไง
แต่บางคนอาจจะหลงลืมไป และไม่ได้มองว่าการไปท่องเที่ยวของตัวเองน่ะ ก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ โลกร้อน

นอกจากนี้ สิ่งที่ เกาะหมาก ไม่เหมือนที่อื่นก็คือ การนำ Solar Cell มาใช้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เด็ดปะล่ะ






หากคุณกำลังต้องการหาที่เที่ยว จะดีกว่ามั้ยถ้าได้เที่ยวแบบที่ไม่ไปสร้างภาระให้โลก
เพิ่ม "เกาะหมาก" เป็นอีกตัวเลือกนะคะ จะไปคนเดียว ไปกับแฟน ไปกับครอบครัว หรือไปกับกลุ่มเพื่อน
ได้บรรยากาศชิลล์ๆ ธรรมชาติจริงๆ ไม่ต้องกลัวเบื่อเพราะยังมีกิจกรรมก็ยังมีนะ เรือแคนนู/คายัค เรือใบ ขี่จักรยาน ให้ทำร่วมกัน

เอารูปมาล่อหน่อย นี่รูปจริงบนเกาะหมาก







อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือกิจกรรมดีๆ ลองค้นหา เช็คอินเกาะหมาก มารักษ์โลกด้วยกันค่ะ